| visage !!!'s profilevisage's spacePhotosBlogLists | Help |
|
January 25 เพียงความทรงจำ (original version) บันทึกก่อนอ่าน ... เพื่ออรรถรสในการ บันเทิงกับตัวอักษรที่ร้อยเรียงนี้ .. ควร
1. เปิดเพลงเบาๆ ซึ่งผมลงไว้ให้แล้วใน space นี้ขณะอ่าน
2. ไม่ต้องรีบ .. ใจเย็นๆ อ่านเรื่อยๆ และปล่อยอารมณ์ไปตามบทบาทของตัวละคร
3. อ่านที่เงียบๆ คนเดียว.. ซึ่งเมื่อถึงบทหนึ่งแล้ว คุณจะเข้าใจว่า "ทำไม"
ขอให้สนุกกับการรับอ่าน ได้แล้วคับ .. ไม่ต้องคิดมากๆ
เพียงความทรงจำ..
แสงไฟติดๆ ดับๆ จากเสาไฟฟ้าข้างทาง.. อาจทำให้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาเห็นสมุดเล่มหนึ่งซึ่งตกอยู่ระหว่างกอหญ้าที่เกิดจากที่ดินรกร้างข้างฟุตบาท แต่ไม่เคยมีใครสักคนหยิบมันขึ้นมา... ปล่อยให้สมุดที่มีสีสันสดใสเล่มหนึ่งนอนอยู่กับกอหญ้า ผ่านลมและฝนมานานพร้อมกับรอยหมึก คำสัญญาที่นับวันยิ่งเลือนราง เพราะน้ำฝน.. ................................................... ชีวิตของเด็กมัธยมปลายทุกคนคงไม่สามารถหนีไปจากเรื่องเพื่อน ความฝัน ความรัก และเอ็นทรานท์ไปได้ และเรื่องราวทั้งหมดนี้คือที่มาของเรื่องราวของผมที่เริ่มต้นที่ห้องเรียนศิลปะ ผม บอมบ์ กบ ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกันมาตั้งแต่มัธยมต้น ได้มาอยู่ห้องเดียวกันในชั้น ม. 4 คงเป็นเหตุการณ์นั้นที่เราได้มาพบกับนุ่น ... “นี่ เธอ .. เธอ.. ยืมของเราก็ได้นะ” บอมบ์พูดพร้อมกับยื่นดินสอ 2B ให้ 1 แท่ง เธอก็รับไปพร้อมด้วยรอยยิ้มและเหล็กดัดฟันกลับมา รอยยิ้มที่เราเห็นได้ชัด .. ทำให้พวกผมนึกไปถึงรอยยิ้มของน้องสาวตัวเล็กๆ น่ารักคนหนึ่ง หลังจากหมดชั่วโมงศิลปะ พวกผมอาสาพาเธอไปทานข้างที่โรงอาหาร และตั้งแต่วันนี้เป็นต้นมา เธอก็เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มพวกผม .. พร้อมกับความแปลกใจของคนหลายๆ คน ที่เห็นเด็กผู้หญิงน่าตาน่ารักคนหนึ่งนั่งอยู่ในกลุ่มของเด็กผู้ชายที่กำลังคุยกันด้วยคำสบถต่างๆ ซึ่งเป็นธรรมดาของความคิดเด็กผู้ชาย ... จากวันเป็นเดือน .. จากเดือนเป็นปี เมื่อเพื่อนคบกันมานานก็ย่อมรู้ใจกัน.. และเริ่มรับรู้บางอย่างในวันที่ นุ่น ตัดผมสั้นมาใหม่ “เฮ้ย !! นี่แก อะไรเข้าฝันว่ะ” ผมพูด “อี้ๆๆ ทรงเก่าดีกว่าเยอะเลย” กบพูดพร้อมกับเสียงหัวเราะของทุกคน “แต่... เราว่าน่ารักดีนะ” บอมบ์พูด คำๆ นี้ของบอมบ์ทำให้หน้าขาวๆ ของนุ่นแดงขึ้นมา ตั้งแต่เราเริ่มสังเกตจากวันนั้น เราก็รู้ว่า คำพูดของบอมบ์มีอิทธิพลกับนุ่นมากและรู้ว่านุ่นต้องแอบปลื้มบอมบ์ไม่มากก็น้อย ..
แต่.. ไม่เคยมีคำว่า “รัก” ใดๆ เกิดขึ้นในกลุ่มเพื่อน ณ โต๊ะประจำกลุ่มเรา “ขนมมาแล้วจ๊ะ” เสียงใสๆ ของนุ่นที่มาพร้อมกับขนมหลายถุงที่เดินคู่มากับบอม (การซื้อขนมเลี้ยงเพื่อนของนุ่นมักเป็นกิจวัตรประจำ พวกเราเคยปฏิเสธเพราะพวกผมยังไม่รู้ว่านั่นมาจากเงินเล็กน้อยของคุณหนูนุ่นนั่นเอง ..) ขณะกินขนมอยู่ นั้น นุ่นถามถึงอาชีพในอนาคตของทุกคนผมกับกบ ยังไม่คิดอะไรถ้าเอ็นท์ติดอะไรก็เรียนไป ความฝันของบอม คือ เข้าเรียนเศรษฐศาสตร์ที่ธรรมศาสตร์และเป็นนักวิเคราะห์การเงินเหมือนพ่อของเขา ความฝันของนุ่นที่ต้องการเป็นนักสังคมสงเคราะห์ช่วยเหลือเด็ก.. ไม่ทำให้พวกผมแปลกใจเลย เพราะการชอบช่วยเหลือผู้อื่นและมองโลกในแง่ดีที่เป็นนิสัยของเธอ สิ่งที่เรารู้กับคือนุ่นต้องอยากเรียนสังคมศาสตร์ที่ธรรมศาสตร์แน่นอน
เมื่อนุ่นพูดจบบอมบ์ก็หยิบสมุดจดศัพท์ภาษาอังกฤษที่นุ่นวางอยู่มา .. เปิดไปหน้าสุดท้ายของสมุดแล้วเขียนว่า
เราสองคนต้องเป็นลูกแม่โดมให้ได้นะ บอมบ์
สิ่งที่เราเห็นต่อมาคือ รอยยิ้มของนุ่นพร้อมกับหน้าแดงนาน 2 – 3 นาที ยิ้มน่ารักมากกว่าสิ่งใดๆ ... ....................................................................
วันแรกของ ม.6 ไม่มีอะไรนอกจากการฉลองที่นุ่นได้รับอนุญาตให้ ไป-กลับ โรงเรียนเองเหมือนนักเรียนทั่วๆ ไป ซึ่งเป็นสิ่งที่นุ่นต้องการมาตลอด 4-5 ปี ที่แม่คอยมารับคอยส่ง วันนี้ ผมได้เห็นอาการดีใจของคนที่ได้รับสิ่งที่เรียกว่า ...อิสระภาพ... ชีวิตของนักเรียน ม.6 หลายๆ คนคงไม่พ้นการเรียนกับเพื่อนรัก ของผมทำให้ผมไม่เคยคิดเหนื่อยท้อแท้เลย โต๊ะ 4 ตัว หลังสุดเป็นที่รู้กันว่าเป็นโต๊ะของกลุ่มผม ขณะที่พวกเรากำลังนั่งคุยรออาจารย์อยู่นั้น บอมบ์บ์ได้ชี้ไปที่นักเรียนหญิงใช่ชุด uniform แขนยาว หน้าตาสวยมากคนหนึ่ง พร้อมพูดว่า “นี่ ดูผู้หญิงคนนั้นสิ เราชอบเขามากเลยหล่ะ” ตั้งแต่วันนั้น ผู้หญิงคนนั้นก็เป็นประเด็นสนทนาในกลุ่มอีกบ่อยๆ แต่ทุกครั้งที่พูดถึงผู้หญิงคนนั้นผมมีความรู้สึกว่านุ่นมีอาการแปลกๆ ที่ไม่แสดงออกมา จนผมต้องคิดว่าต้องให้บอมบ์ถามให้ได้ว่าเป็นอะไร เพราะเขาสองคนสนิทกันมากที่สุด แต่บอมบ์ก็ไม่เคยสงสัยจะถาม .. สักพักผมเลิกสนใจกับสิ่งนี้ เพราะผมก็แค่ผู้ชายที่ไม่คิดจะเข้าใจความรู้สึกนึกคิดของผู้หญิง เวลาที่พวกผมได้พักผ่อนมากที่สุดจากการเรียนคนเป็นตอนหลังเลิกเรียนพิเศษ ซึ่งพวกผมจะแวะเวียนไปฝากท้องตามร้านต่างๆ หลังจากนั้นก็มักไปเล่นเกมส์ เกมส์ประจำตัวของผมก็คือ Daytona ของกบชอบเล่น Dj โดยเฉพาะตอนที่มีสาวๆ มองเยอะๆ จะออกวีลาเป็นพิเศษ เครื่องตู้เกมส์เตอติสที่อยู่หลังร้านเหมือนเป็นเกมส์ที่สร้างมาเพื่อนุ่น และบอมบ์ ผมได้เห็นทั้งคู่เล่นด้วยกัน เล่นแข่งกันได้ ดูเวลาที่เขาแกล้งกัน นุ่นมักปัดมือบอมบ์ให้ ออกจากจอยเกมส์เป็นประจำเวลาที่ทั้งคู่เล่นแข่ง เพราะบอมบ์เป็นคนเล่นเก่งมากแต่บอมบ์บ์ก็ชอบและไม่เคยเห็นบอมบ์โกรธนุ่นสักครั้งเวลาที่นุ่นคอยแหย่คอยกวน .. ผมคิดว่าทั้งคู่คงมีความสุขมากๆ ที่ได้อยู่ใกล้ๆ กัน พลาดคิดไปถึงคำพูดในหนัง รักออกแบบไม่ได้ ที่ว่า “เป็นเพื่อนกันดีที่สุดจะได้คบกันนานๆ” แต่สำหรับคู่นี้ผมนึกถึงภาพไปถึงตอนที่ทั้งคู่เป็นคนชราคู่หนึ่ง ที่ใช้เวลาในบั้นปลายชีวิตนั่งนับดาวบนท้องฟ้าด้วยกันและต่อเติมความสุขซึ่งกันและกัน ทุกครั้งที่มองคู่นี้อยู่ด้วยกัน ผมคิดว่าเค้ากำลัร่วมสร้างและต่อเติมความรักซึ่งกันและกัน แม้เพื่อนสนิทอย่างผมจะแซวว่าทั้งคู่ไม่เหมือนแค่เพื่อนสนิทเท่านั้นนะคู่นี้ แต่ว่า.. สิ่งที่ผมเห็นคือรอยยิ้มของทั้งคู่พร้อมด้วยอาการเขิน .. ..และสายตาของนุ่นที่หันไปมองบอมบ์ ทั้งคู่ก็ช่วยกันปฏิเสธ แล้วนุ่นก็มักพูดว่า “พวกนี้เนี่ย ไม่พูดด้วยแล้ว” พร้อมกันหันหลังไปซื้อขนมและบอมบ์บ์ก็เดินตามติดๆ กันไป วันศุกร์ใกล้ปิดคอร์สเรียนพิเศษภาษาอังกฤษเมื่อพวกเรามาถึงที่เรียนพิเศษปรากฏว่าไฟดับ ..โรงเรียนจึงนัดชดเชยให้วันอื่น. วันนี้จึงไม่ค่อยได้เรียนเพราะวันศุกร์ที่โรงเรียนมีเรียนแค่ 2 วิชา ..พวกเราจึงถือสมุดหนังสือไปเรียนเพียงไม่กี่เล่ม ..หลังจากนั้นพวกเราจึงไปเดินเล่นห้างสรรพสินค้า วันนี้นุ่นผิดปกติ ดูซึมๆ ตั้งแต่เช้า พวกเรารบเร้าเท่าไรก็ไม่บอก ขณะที่เดินเล่นกันอยู่ บอมบ์ได้จับหน้าผากของนุ่น บอมบ์ตกใจเห็นตัวนุ่นร้อนจัด ... “นุ่น.. เธอตัวร้อนมากนะกินยาอะไรหรือยัง ?” บอมบ์ถาม “ปวดหัวนิดหน่อยไม่เป็นอะไรหรอก” นุ่นตอบ พวกผมจึงรบเร้าให้นุ่นกลับไปพักผ่อนที่บ้าน และตัดสินใจให้บอมบ์เดินไปส่งนุ่นที่ taxi โดยผมกับกบจะไปรอที่ Food center ก่อนที่ผมจะแยกย้ายกับนุ่น บอมบ์แซวนุ่นว่า “นี่.. ไม่สบายขนาดนี้ยังไม่ยอมนอนพักอยู่บ้านอีก” “ก็... ฉันเป็นเด็กขยันนะซิจ๊ะ” นุ่นตอบ พร้อมกับยิ้มมา “ดูนุ่นสิหน้าเหมือน คนจะตายอยู่แล้วยังยิ้มออกมาอีก” บอมบ์พูดโดยไม่รู้ว่ารอยยิ้มนี้จะเป็นรอยยิ้มที่พวกผมจะไม่มีวันลืม สำหรับผมเหตุผลเดียวที่นุ่นมาเรียนวันนี้คือการที่ได้มานั่งเรียนพิเศษข้างๆ บอมบ์ หลังจากผมแยกย้ายกับนุ่นบอมบ์บ์ก็เดินไปส่งนุ่นขึ้น Taxi กลับบ้าน ...........................................................
เอี๊ยดดด !!!!!!! โครม !!!!!!!!!!!!! รถบรรทุกคันหนึ่งวิ่งคร่อมเลนมาชนกับ taxi คันหนึ่ง ที่วิ่งมาด้วยความเร็วค่อนข้างสูง ร่างของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่ได้รัดเข็มขัดนิรภัยกระเด็นกระแทกกระจกออกมาตกลงพื้น ..และไถลไปข้างหน้าอีก 7-10 เมตร สมุด หนังสือ ดินสอ กระจัดกระจายอยู่บนถนนบ้าง บนทางเท้าบ้าง กล่องดินสอ มือถือ แตกเป็นสองส่วน พลเมืองดีผู้หนึ่งอุ้มร่างที่เต็มไปด้วยเลือดและบาดแผลไปส่งที่โรงพยาบาล
............................................................ เช้าวันเสาร์ ณ ที่เรียนพิเศษวิชาคณิตศาสตร์ พวกผมรู้สึกแปลกใจที่นุ่นมาเรียนสาย เพราะปกตินุ่นจะมาเป็นคนแรกแต่พวกผมก็คิดว่านุ่นยังไม่ค่อยสบายและพักผ่อนอยู่ที่บ้าน แต่ ..ขณะที่เริ่มเรียนไปได้ 15 นาที เพจของบอมบ์ก็ดังขึ้นพร้อมกับข้อความของแม่นุ่นที่ว่า >> ตอนนี้ นุ่นอยู่ห้อง ICU โรงพยาบาลเปาโล ...ต้องการพบบอมบ์ด่วน !! << เมื่อพวกผมอ่านข้อความนี้จบก็เดินออกจากห้องทันที มารู้ตัวอีกทีก็คือเห็นรอยช้ำของขอบตาที่เกิดจากการร้องให้ของแม่นุ่น พร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมาอย่างไม่ยอมหยุดหน้าห้อง ICU เมื่อเราเดินเข้าไปในห้องหมอ หมอบอกพวกผมว่านุ่นเสียไปเมื่อ 5 นาที ที่แล้ว .. พวกผมเหมือนตกอยู่ในภวัง .. น้ำตาเริ่มไหลออกมาจากทุกคนที่เรียกตัวเองว่า “ลูกผุ้ชาย” ทุกคนยืนร้องให้อยู่ข้างๆ เตียงของนุ่น ไม่มีใครสักคนเปิดผ้าคลุมร่างที่ไร้วิญญาณของนุ่นดู เพราะทุกคนรู้ดีว่านุ่นไม่ต้องการให้ใครเห็นนุ่นในสภาพอย่างนี้แน่...... เหตุการณ์นี้แม้ผมจะเสียใจมาก แต่อย่างไรก็คงไม่เท่าบอมบ์เพราะ ทุกคนรู้ดีว่าบอมบ์เสียใจที่สุด แต่บอมบ์ก็เก่งมากเพราะหลังจากนั้นอาทิตย์หนึ่ง ก็ไม่เห็นบอมบ์ร้องให้อีกเลย ขณะนั่งเรียนวิชาคณิตศาสตร์ในคาบที่ 7 หลังจากงานฌาปนกิจนุ่น 2 วัน แม่ของนุ่นได้ขออนุญาตอาจารย์ เดินเข้ามาหาบอมบ์ในห้องและพูดว่า “ในห้อง ICU ก่อนที่นุ่นจะสิ้นใจนุ่นบอกกับแม่ให้นำ Diary เล่มนี้มาให้บอมบ์ให้ได้” แล้วแม่ของนุ่นก็ยื่นถุงกระดาษที่ข้างใดมี Diary เล่มหนึ่งมาให้ หลังจากหมดคาผมและบอมบ์ได้หยิบ Diary ขึ้นมา มันเป็นสีชมพู ที่นุ่นใช้เขียนความคิดและความฝันต่างๆ ของนุ่น ชื่อของบอมบ์อยู่ใน Diary ของนุ่นทุกหน้าตั้งแต่เธอได้พบกับบอมบ์ที่ห้องศิลปะ เมื่อพลิกกลับมาช่วงกลางเล่ม น้ำตาของบอมบ์ก็หยดลงบนรูปรูปหนึ่งที่นุ่นวาดขึ้นมาใน Diary เป็นรูปนุ่นกับบอมบ์ที่ยืนยิ้มโดยนุ่นกอดแขนบอมบ์อยู่และทั้งคู่ใส่ชุดนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ “ทำไมนุ่นไม่รู้หล่ะว่าเรารักเขามากแค่ใหน” บอมบ์พูดเมื่ออ่าน Diary และได้รู้ว่านุ่นรอคอยคำว่ารักจากบอมบ์อยู่และเมื่อถึงช่วงหนึ่งใน Diary จึงได้รู้ว่า นุ่นเข้าใจผิดว่าบอมไปรักผู้หญิงคนหนึ่งที่บอมบ์ชี้ให้พวกเราดู ณ ที่เรียนพิเศษ สิ่งต่อมาที่ผมรู้ก็คือนุ่นไม่เคยเข้าใจสิ่งที่บอมบ์พูดเสนอมในกลุ่มว่า รักกับชอบ นั้นแตกต่างกันมาก ผมได้แต่นึกเสียดายที่บอมบ์ไม่ยอมพูดความรู้สึกของตัวเองให้นุ่นได้รับรู้ คงได้แต่ปล่อยให้นุ่นคิดไปต่างๆ นาๆ เพราะถ้าบอมบ์ได้พูดและอธิบายความรู้สึกของตนเองนุ่นก็คงจบไปอย่างมีความสุขกว่านี้ ... ก่อนการเริ่มสอบปลายภาคไม่กี่วัน เพื่อให้นักเรียนอ่านหนังสือเตรียมเอ็นครั้งที่ 2 ขณะที่ทุกคนกำลังนั่งคุยกัน กบได้ตะโกนถามเพื่อนๆ ทุกคนว่า ถ้าตอนนี้มีพรวิเศษขออะไรก็ได้สิ่งหนึ่งจะขออะไร คำตอบที่ได้ก็แตกต่างกัน บ้างขอให้รวย หล่อ สวย เอ็นท์ติด ทุกคนตอบต่างๆ กันไป เมื่อกบหันมามองหน้าบอมบ์ทุกคนก็หันมาเหมือนจะรอคำตอบจากบอมบ์ “เราขอแค่ให้พบนุ่นอีกครั้งแล้วเราจะบอกเค้าว่าเรารักเค้ามากขนาดใหน” บอมบ์ตอบมาพร้อมๆ กับน้ำตาที่ค่อยๆ คลอออกมา หลังจากที่บอมบ์พูดจบ เพื่อนในห้องหลายคนหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับน้ำตาของตน ..วันนั้นผมจึงได้รู้ว่า นุ่นยังคงอยู่ในใจของบอมบ์อยู่ไม่เปลี่ยนแปลง .......................................................................
วันที่ผมได้รับรู้อานุภาพของความรักก็คือวันที่ประกาศผลเอ็นท์ เรานัดเปิดซองจดหมายผลสอบพร้อมกันที่บ้านของกบ กบติด ม.เชียงใหม่ ผมติดที่ประสานมิตร แต่สิ่งที่ผมตกใจมากคือคนที่ได้คะแนน 60 กว่าเกือบทุกวิชา ไม่ติดเศรษฐศาสตร์ได้อย่างไร ? แต่คำอธิบายของบอมบ์ก็ทำให้ผมรู้ว่าบอมบ์ทิ้งความฝันที่จะเป็นนักการเงินของเขา มาเรียนสังคมสงเคราะห์เพื่อจะเดินตามความฝันของนุ่น ทำให้ผมได้เห็นความรักที่เปลี่ยนแปลง ..ชีวิตของคนๆ หนึ่ง ความฝันของบอมบ์เปลี่ยนเป็นการได้สร้างสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า และได้นำชื่อ “ณัฐธิดา” ที่เป็นชื่อจริงของนุ่นมาตั้งเป็นชื่อสถานเลี้ยงเด็ก เพื่อเป็นอนุสรณ์ของผู้หญิงจิตใจดีงานคนหนึ่งที่เขาเคยได้เจอในชีวิต คนที่ไม่รู้จักบอมบ์ดีจะมองเขาเป็นผู้ชายธรรมดาคนหนึ่ง ที่ปิดตัวเองไม่ยอมเปิดใจให้ใคร แต่สำหรับผมแล้ว ผมรู้ดีว่า “ใครอยู่ในหัวใจของเขาตลอดเวลา..” ................................................................. ในเวลาโพล้เพล้สายลมพัดเมฆมาก่อตัวรวมกันจนกลั่นเป็นเม็ดฝนลงมาสู่ดินทุกหนแห่ง ลมพัดเข้ามาในห้องผมอย่างแรง ทำให้กรอบรูปที่มีรูปถ่ายของพวกเราอยู่ คว่ำด้านหน้าลง ผมหยิบมันขึ้นวางที่เดิม และมองไปที่รูปนั้น อีกครั้งหนึ่งที่ทำให้ผมนึกถึง เธอ.. เธอ.. ผู้ทำให้ผมได้รู้ว่าคนดัดฟันกินอาหารบางอย่างไม่ได้.. เธอ.. ผู้ที่ทำให้พวกผมได้หัดฟังเพลงค่าย DOJO CITY เธอ.. ผู้ที่แนะนำให้ผมมองโลกในแง่ดี และออกไปต่อสู้กับชีวิต เธอ.. ผู้ที่นำความงดงามของจิตใจเธอมาให้พวกผมได้สัมผัส เธอ.. ผู้ที่เข้ามาเปลี่ยน แปลงชีวิตของพวกผม เธอ.. ผู้ที่จากไปอย่างไม่มีวันกลับมา
ฝนยังตกกระหน่ำลงบนพื้นถนนสายหนึ่ง เม็ดฝนยังคงกระหน่ำลงมาปานจะฉีกสมุดที่อยู่ในดงหญ้าข้างๆ ทางเท้าเล่มหนึ่งให้ยุ่ยขาดเป็นส่วนๆ แม่จะผ่านลมฝน ลมหนาว มานานเท่าใด แต่สมุดเล่มนี้ยังคงอยู่ที่เดิม พร้อมกับรอยหมึกคำสัญญาที่ไม่อาจเป็นจริงได้ เพราะคนๆ หนึ่งได้จากไปแล้ว.. “รัก” บางคนคิดว่าเป็นความรู้สึกที่ไม่จำเป็นต้องพูด แต่ผมอยากให้คุณรู้ว่า มีบางคนใช้ชีวิตเสาะหาและรอคอยคำๆ นี้ จากปากคุณเมื่อคุณมั่นใจแล้ว คุณควรที่จะพูดออกไป ดีกว่าที่จะมานั่งเสียดายและเสียใจ เพราะว่า
วันนี้เป็นวันที่ .... สาย...... เกิน ...... ไป
ปล. หลังจากที่ได้ check ใน internet ก็พบว่า เรื่องนี้ ถูกดัดแปลงไปต่างๆ นานา จึงนำต้นฉบับที่ลึกซึ้ง (ของเมื่อประมาณ 6 ปีก่อน) มาเผยแพร่อีกครั้ง .. (แม้ผมจะชื่อบอมบ์ มีพี่ชื่อกบ และเพื่อนชื่อเหมือนตัวละคร .. แต่ นี่ .. เพียงเรื่องสั้นบทหนึ่ง ที่ผู้สรรสร้างบรรจงร้อยอักษรด้วย..ความรัก..) บอมบ์ 24/01/2008
Comments (2)
TrackbacksThe trackback URL for this entry is: http://visagemove.spaces.live.com/blog/cns!2294F3E71FE802EF!840.trak Weblogs that reference this entry
|
|
|