| visage !!!'s profilevisage's spacePhotosBlogLists | Help |
|
December 25 เมื่อไร ..ก็..น่ารักดีนะ ชอบนะ แต่.. ไม่อะ ไม่มั่นใจเท่าไรนัก กลัวๆ อยู่
.. ถ้ารู้จักได้ก็คงดีสิ
... แต่ ก็แล้วแต่โชคชะตาแล้วกัน .. ถ้าดวงมันจะรู้จัก จะได้คุยกัน จะได้เป็นเพื่อนกัน .. ก็แล้วแต่ดวง
... ปัญหาก็มีเยอะนะ คริสมาสต์แล้ว ปีใหม่แล้ว ดีๆ สิ้นปีนี้ได้เล่นกีฬา ก็หายเครียดๆ งานก็ยังมากมายอยู่เช่นเดิม
... อ๋อ ฝากบอก อยากทำอะไรกัน ไปใหนกัน ก็แล้วแต่หล่ะกัน ไม่ได้ว่าอะไร เข้าใจว่าทำอะไรคิดอะไรกันอยู่
.. ปีหน้า ปีใหม่ สัญลักษณ์ประจำปีหน้าของผม .. แกะ คับ ไม่รู้ทำไม แต่รู้ว่า ปีหน้าชอบแกะ
.ปีนี้ชอบ วัว ไม่เข้าใจเหมือนกัน
..... เรื่องความรัก ไม่มีคอมเม้นต์
... เรื่องสุขภาพ แข็งแรงดี
... เรื่องที่ใครถามว่าอะไรวันนี้ ก็. ใช่ทั้งนั้นหล่ะ อิอิ
ขอให้โชคชะตานำพาข้าพเจ้าพบทางสว่างด้วย ..
ว่าด้วยเรื่องไปเที่ยวดีกว่า
เสาร์อาทิตย์นี้ ได้ไปเที่ยว อช. พุเตย จังหวัดสุพรรณ .. ซึ่ง อุดมไปด้วยธรรมชาติ
ไปกางเต้นท์ครับ ทางขึ้น สองฝั่งทางก็เป็นธรรมชาติดีๆ เลย ร่มรื่น อากาศเย็นสบาย ได้เห็นทะเลหมอก ได้หนีความวุ่นวายยุ่งเหยิง สัญญาณโทรศัพท์ไม่มี ไม่มีน้ำ ไม่มีไฟ .. ดีครับ ชอบ แบบนี้
หาที่สงบๆ อย่างนี้นานแล้ว .. รู้สึกมีความสุขดี ได้ก่อกองไฟ ได้นอนเต้นท์ ดูดาว ลมเย็นๆ
แต่คืนนี้พระจันทร์เต็มดวง แม้จะไม่เห็นดาวชัด แต่ก็ชัดกว่าที่ใหนๆ ที่เคยเห้นมาทีเดียว
ทริปนี้ เอาฟิล์ม Proimage ไป 1 แพ็ก กะกดให้กระจาย .. แต่ก็กดไปได้แค่สองม้วนเอง น่าเสียดายเหมือนกัน ..แต่ก็ยังดีนะ ได้เอากล้องกะเลนส์ที่สะสมไว้ ไปสูดอากาศบริสุทธิ์ซะบ้าง เดี๋ยวราจะได้ไม่ถามหา
พกขาตั้งกล้อง สายชัตเตอร์ ครบ เลยย..
แล้วล้างฟีล์ม เมื่อไรจะอัพให้ดูกันหล่ะกัน
... ทำไมไม่ใช่ดิจิตอล.. ผมรู้สึกว่า ดิจิตอล ไม่ได้อารมณ์หน่ะ คือเป็นคนชอบกล้องฟีล์ม มากกว่าไหนๆ ความเป็นเทคโนโลยี บางครั้งก็ทำให้ชีวิตน่าเบื่อ ก็เหมือนคนเราหล่ะ นะ .. ชีวิต ที่สบายเกินไป ก็น่าเบื่อ
...... พรุ่งนี้จะเป็นไงหว้า แต่ ปีใหม่เนี่ยะ .. ต้องมีไรดีๆ แน่ๆ รับรอง .. December 19 อากาศดีจังอากาศเย็นๆ ลมโชยๆ โอ๊ยๆๆ มีความสุข ..
คิดถึง .. เธอจัง
.. ใครอะ .. ไม่รู้ดิ แต่รู้ว่ามีความรู้สึกดีๆ มันเป็นความฝัน ว่าสักครั้งหนึ่ง จะได้ใช้ชีวิตอยู่ทางภาคเหนือ .. เชียงรายก็ดีนะ .. เชียงใหม่วุ่นวายๆ
... คือเมื่อหลายปีที่แล้วเคยไปเชียงใหม่ แบบว่าไปเที่ยว .. แล้วก็ชอบๆๆๆ ชอบความเป็นไทยของคนเหนือของเรา รู้สึกว่า อ่อนโยน สุภาพดี .. อะๆๆ หารู้ไม่.. ผมเคยหักอู้กำเมืองอยู่สักพักหนึ่ง แต่แล้วก็เลิกพูดไป .. ตอนนั้นที่อยู่เชียงใหม่ ผมเคยพูดคำเมือง แบบว่าแม่ค้า ฟังไม่รู้ว่าเราหัดพูด เค้าก็อู้ กลับ ยาวเลย ฮ่าๆๆๆๆ จนคนไปด้วย งง ว่าเราอู้ได้จะได แหมม มันม๊วนอ๊กม๊วนใจ๋ ดีจังน้อ (พูดแล้วนึกถึง ซิมของดีแทคเลยนะ) ล่าสุดไปพิษณุโลก ก็ไม่ได้เหนืออะไรเท่าไรหรอก
แต่มีความรู้สึกว่า เห็นการลอยโคม ตอนลอยกระทง .. แล้วมีจิตวิญญาณ คนเมืองมากเฮือกๆ วันนี้อารมณ์ คลื้มๆ ตอนอ่านหนังสือสอบ ก็ขอเพลง เหนือหน่อยหล่ะกัน ..
ปล. ตอนนี้ broadband ใช้ได้แล้ว เร็วๆ นี้ก็จะกลับไป http://bomb.diaryclub.com ให้เร็วที่สุดแล้วกัน .. ทิ้งมานานเพื่อนหายหมดแล้ว .. แต่ถ้าอารมณ์ดีมากๆ อาจหา site เด็ดๆ ไปเลย
ตอนนี้คิดออกแล้วว่าจะทำเกี่ยวกับอะไร ... สัมภาษณ์สาวเหนือ ลงได ดีไหมน้ออ .. ฮ่าๆๆ มันมีฟามสุ๊กกกกกก December 15 เข้าใจ...เข้าใจ... ... ฉัน เข้าใจทุกอย่าง ... เลิกบังเลิกอำพราง ขอให้ฟังกันก่อน ... อยู่เราสองก็คงปวดใจ ... สองใจ คิดไปคนละอย่าง ... มันดีอย่างไร ... คงมีเพียงแค่รักกัน แล้วรักนั้นมันมีสุขไหม ... จะรักกัน ... ให้มันยั่งยืน ฝืนไปตรมใจเปล่า ... ทำใจก็ลืม... คงมีเพียงแค่รักกัน แล้วรักนั้นมันมีสุขไหม ... จะรักกัน ... ให้มันยั่งยืน ฝืนไปตรมใจเปล่า ... นะเธอ ...
ถ้าจะฝากเพลงไว้ เพลงนี้เป็นเพลงที่เพราะ .. "คงมีเพียงแค่รักกัน แล้วรักนั้นมันมีสุขไหม" .. คือนิยามของความรัก ที่หลายต่อหลายคนกำลังค้นหา รัก คือ อะไร อะไร คือ รัก .. แล้วรักนั้นมีสุขไหม เมื่อความรัก คือการ เอาชนะกันและกัน .. รักนั้นก็คือการแก่งแย่งชิงดี .. และก็จะไม่มี ความสุข และตราบใดหาความสุขจากรักไม่เจอ .. รักนั้นก็เป็นเพียงแค่ "ลม" แต่หากจะมองอีกมุม เมื่อรักคือคำว่าห่วงใย อะไรคือนิยามของ คำรัก เมื่อมีทั้ง "ห่วง" มีทั้ง "ใย" แต่ ไม่มีคำว่าประมาณของสิ่งนั้น ยิ่งห่วง ยิ่งใย ยิ่งดี หรือยิ่งแย่ .. "ไม่มีความรักในความจริง และไม่มีความจริงในความรัก ................................................................................ ความจริง .. คือสิ่งที่เกิดขึ้นชั่วระยะเวลาใดระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นและอยู่ตลอดไป ความรัก .. ก็คือสิ่งที่เกิดขึ้นชั่วระยะเวลาใดระยะเวลาหนึ่ง แต่จะอยู่ตลอดไปถ้ามันได้เกิดขึ้นแล้ว การมองตัวเอง กลับมารักตัวเอง คือสิ่งที่ หลายคนลืม ลืมที่จะนั่งมองตัวเอง ลืมที่จะคิดถึงตัวเอง .. การมองคนอื่น มองไปที่คนอื่น สิ่งที่ หลายคนลืม ลืมที่จะมองคนอื่นคือ เค้าจะคิดอย่างไร .. December 13 เหงา - เหนื่อยใจหลายครั้งหลายคราที่เดินคนเดียว... มองไฟ
หลายครั้งหลายหนที่นั่งคนเดียว .... มองคนเดินไปมา
......................................................................
มีคนเคยถามว่าทำไมชอบไปจัง ไอทีสแคว์ เนี่ยะ มันมีอะไรดี ...
คำตอบ อยู่ที่วันนี้นี่หล่ะ .. เหตุผลของมันหน่ะหรือ .. ผม เหงา ไม่อยากอยู่คนเดียว
แล้วไปที่ ไอทีแสคว์ มันหายเหงา เหรอ ...
คำตอบ ก็ไม่หายหรอก แต่รู้สึกดีขึ้นนะ ..
ทำไมหล่ะ
คำตอบ ก็เพราะมีคนเดินไปเดินมา มากมาย แต่ละคนก็ง้วนๆ ในกิจกรรมของตนเอง แม่ค้าขายหมึกปิ้งก็ขายไป คนขายหนังสือก็ขาย ขายกระเป๋า ขายเสื้อ มากมาย แล้วคนซื้อก็มากมายเช่นกัน ทั้งซื้อ ทั้งต่อรอง ซึ่งหลายต่อหลายคนก็มาอย่างมีความสุข (เพราะถ้าไม่มีความสุขก็คงไม่มา)
แต่สำหรับผมก็ไม่ถึงกะสุข ไม่ถึงกะทุกข์ อะไร แค่ชอบมองคนเดินไปเดินมา มันเหมือนมีเพื่อนมากมาย เพื่อนที่ไม่รู้จักกัน แต่อย่างนั้นสำหรับค่ำคืนๆ นั้น เค้าก็เป็นเพื่อนเราได้ เพื่อนที่อยุ่ในสายตาของเรา
แล้วผมไม่มีเพื่อนเหรอ
คำตอบ ก็มีสิ แล้วก็มีเยอะด้วย แต่สำหรับเพื่อนที่สนิทของผม เค้าไม่อยู่ เพื่อนที่แสนดีของผม เค้าไม่ได้อยู่กับผม ไม่ได้อยู่ใกล้กันเลย .. เพื่อน คำจำกัดความคำนี้ช่างมากมาย .. เพื่อนที่ดีก็มี เพื่อนไม่ดีก็มี ผมก็เลยยอมที่จะมองและคิดว่า การที่เราจะคบเพื่อนที่ดีไว้สักคนหนึ่ง นั่น มันก็คงจะดีซะกว่าจะคบเพื่อนที่เลวๆ สักสิบ ยี่สิบคน ..(มีน้ำจืดแค่แก้วเดียว มีค่ายิ่งกว่ามีน้ำเค็มเต็มทะเล)
แล้วผมจะทำอะไรต่อไป
คำตอบ ก็นั่งมองหน่ะสิ มองไปเรื่อยๆ ใครจะเดินไปทางใหนก็สุดแต่ทางเดินของเค้า แต่ถ้าเค้าอยากให้เราช่วยเหลือ ช่วยอะไรได้ก็บอกเรา ช่วยได้ก็จะช่วย
... คิดถึงแกหว่ะ เพื่อน
...... เหงาเพราะว่าไม่มีเพื่อนที่จริงใจๆ ไม่ใช่เหงาเพราะว่าไม่มีใครอยู่ข้างๆ
ความจริงใจคืออะไรเหรอ
คำตอบ อาจตอบง่ายๆ เพียงแค่ว่า คุณก็แลกความจริงใจเค้าไปสิ แล้วก็จะได้กลับมา (จริงเหรอ)
ไม่จริงหรอก ... ผมเถียง คนเรามันมีความต้องการที่ไม่สิ้นสุด ต่างคนก็ต่างดิ้นรน ค้นคว้า หาทางที่ตัวเองจะเดิน บางคนต้องการชื่อเสียง บางคนต้องการร่ำรวยเงินทอง แต่ผม แม้จะมีความต้องการอยู่บ้าง แต่ผมรู้ว่า.. ผมพอแค่ใหน .. เงินเดือนผมประมาณนี้ สองหมื่นกว่าๆ น้อยกว่าหลายคนในที่ทำงาน .. แต่ก็มากกว่า ตัวเองในอดีต
เคยอ่าน FWD mail ตัวหนึ่ง ของคุณวิน เรียววาริณ
ใจความใน mail ฉบับนั้น เค้าบอกว่า การทำงานให้ดูที่ผลสุดท้ายของมัน
บางคนค้าขายร้านใหญ่โต มีเนื้อที่กว้างหลายไร่ ..แต่ก็ล้มละลาย เพราะว่ากำไรมากจริง แต่ต้นทุน ค่าใช้จ่ายก็สูง
แต่สำหรับบางคนค้าขายเพียงรถเข็นขนมครก .. แม้กำไรไม่มาก แต่ผลสุดท้ายที่เค้าได้รับคือความสุข ..ความสุขจากการทำงาน ความสุขจากการใช้ชีวิต
บางคนทำงานในที่หรูใหญ่โต ..แต่เปี่ยมไปด้วยโรคมากมาย
แต่สำหรับบางคนทำงานเพียงกระต๊อบเล็กๆ ปลายนา ... แต่เปี่ยมด้วยสุขภาพที่ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์
.... ผมไม่ได้เขียนบทความบทนี้ตามกระแสพระราชดำรัสของความพอเพียง.. แต่ผมได้เขียนมันขึ้นมาด้วยความเป็นจริงที่พบเจอในชีวิต ..ผมเขียนแล้วมองรูปของในหลวงในขณะที่ท่านกำลังทรงงาน อย่างขมักขเม้น..ผมอยากทำงาน.. ตามหลักของท่านพุทธทาส ผมอยากทำงานตามแบบของในหลวง ผมอยากเป็นตัวของผมเอง ที่ตัดสิ้นและงดเว้นจากทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว อยากพ้นทุกข์เสียที ..
""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""
ปล. สำหรับคนที่ชอบเพลง รักๆ แบบอกหัก เอาอันนี้ไปฟัง แล้วกัน แล้วถ้าอยากได้ code ..แถมให้ ..http://www.myfirstsight.com/music/wma-files/Tired-XLStep.wma ฟังทีไรร้องให้ทุกที พับผ่าสิ (สำหรับเพลงนี้เป็นเพลงที่ฟังแล้วรู้สึกชอบมากที่สุด เพราะผมเป็นอย่างนี้ทุกเวลา .. ดังนั้น หากมีเพลงรัก อกหัก เศร้า เพลงใหนมา รบกวนจิตใจผม ผมก็จะปฏิเสธ ทุกครั้งไป)
December 03 โครงการทำดีเพื่อพ่อเจ้หลิวสั่งมา
Blog Tag ทำดีเพื่อพ่อคืออะไร?
๑. เจ้บุ๋มและน้องเอดั้น http://boomlife.diaryclub.com/ ๒. หลานเอิร์ธ http://earth-emotion.spaces.live.com/ ๓. เพื่อนป๋อม http://emeraldjet.spaces.live.com/ ๔. นส.ปิ๋ม http://iampumpim.spaces.live.com/ ๕. เพื่อนนก http://nok21.spaces.live.com/ November 30 เช้าที่อากาศเย็นๆเช้านี้อากาศหนาวเนอะ ..
เมื่อคืน สี่ทุ่มกว่าๆ อยู่ๆ ก็ปวดหัวอย่างหนักเลย เหมือนหัวจะแตกออกจากกัน ..
ใช้มือจับที่จมูกดู .. มีเลือดไหลมาด้วย
ก็คิดว่า น่าจะแค่เส้นเลือดฝอยที่จมูกแตกหล่ะมั้ง
แต่... วันนี้เช้า .. ตื่นมาก็ยังรู้สึกมึนๆ เลือดที่จมูกแห้งแล้ว
ฝืนขับรถมาทำงานเพราะว่ามีงานด่วนจริงๆ เป๋ ไปมานิดหน่อย แต่ก็มาถึงได้
.. ตัดสินใจไม่จอดบนที่จอดรถเพราะว่า ขึ้นไปต้องชนแน่ๆ มันน่าเวียนหัวนี่นา
..เช้านี้ พี่อ้อ ซื้อน้ำเต้าหู้มาให้ ดีหน่อย ได้กินบำรุง ..
อ่าๆๆ อากาศเย็นอย่างนี้ชอบจังเลย อยากอยู่เย็นๆ อย่างนี้ตลอดไป
แต่จะได้อยู่นานแค่ใหนนี่สิ.. เฮ้ออ ..
ปล. คิดถึงทุกคนเลยนะ ..
""สิ่งที่ผมทำผิดไป ก็ขอโทษด้วยนะ ขอโทษจริงๆ "" November 09 จดหมายถึง นิวตันเรียน ไอแซก นิวตัน
ตามที่ท่านได้ค้นพบกฎที่สำคัญ 3 กฎ คือ กฎแรงโน้มถ่วง กฎแห่งการเคลื่อนที่ และทฤษฎีของสเปกตรัม ซึ่งได้เปลี่ยนแปลงการดำเนินชีวิตของโลกไป ทฤษฎีทั้งสามนั้นหน่ะ .. มันเจ๋งจริงๆ นะท่าน ทฤษฎีของท่านอธิบายอะไรๆ ในโลกนี้ได้หลายอย่าง แน่ๆ เห็นๆ ก็ทฤษฎีของความรักระหว่างคนสองคน .. ซึ่งอาจอธิบายได้ตั้งแต่จะเกิดความรัก
ซึ่งทฤษฎีแรก..เมื่อเกิดตกหลุมรักใครสักคน ..แน่นอน ..โอ้ว ความรักตกหลุม มันหนีไม่พ้นแรงโน้มถ่วงจริง ๆ นะท่าน แรงนั้นมึนดึงได้แม้กระทั่งความรู้สึก ซึ่งไม่แม้แต่การหนีจากแรงนั้น จากที่ศึกษามาไม่มีใครหนีพ้นจากแรงนี้ได้ ตกไปแล้ว ขึ้นไม่ได้ แก้ตัวไม่ได้ .. ต้องหาทางออกเอง (ซึ่งผมเองก็หาไม่เจอ)
ทฤษฎีที่สอง .. การเคลื่อนที่ที่สัมพันธ์กันระหว่าง เวลา ระยะทาง และความเร็ว .. ไม่กล่าวในกรณีเกิดความเร่งนะ ทฤษฎีดังกล่าว ความรักที่สัมพันธ์กับเวลา .. ความรัก ระยะทาง เวลา ..การเคลื่อนที่ของทฤษฎีดังกล่าวเป็นลักษณะของเส้นโค้งพาราโบร่าคว่ำ .. โดยแกน x เป็นเวลา และแกน y เป็นระยะทาง ส่วนความรักจะพุ่งจากจุดๆ 0 เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามอัตราของเวลาและระยะทางจนถึงจุดๆ หนึ่ง ..ก็จะเกิดการโค้งกลับ แล้วตกมาที่จุดเริ่มต้นอีกครั้งของความรู้สึก .. ทฤษฎีนี้จะแปลงการทำเส้นความรักให้เป็นเส้นตรงนั้น .. เป็นสิ่งที่ยาก แต่ไม่เกินความสามารถ .. ของคนสองคนที่จะทำ (ร่วมกัน) (ทฤษฎีนี้ผมเองหนีไม่พ้นจากมัน .. สุดท้ายก็ล่ม)
ทฤษฎีที่สาม .. ทฤษฎีของสเปกตรัม .. โดยที่ทฤษฎีนี้ชี้ว่า แสงต้องเดินทางเป็นเส้นตรงเสมอ ซึ่งต่อมาถูกหักล้างโดย ไอน์สไตน์ .. หากเปรียบแล้ว ความรัก..ไม่ว่าอยู่ในสถานะใน ในที่มืด หรือในที่สว่าง ความรักก็จะเป็นสิ่งที่สว่างสดใจเสมอ .. ความรักไม่เคยทำให้คนตาบอด .. (ความหลงต่างหากที่ทำให้คนตาบอด) ..
ทฤษฎีทั้งสามทฤษฎีของท่านนี้ .. เยี่ยมจริง ๆ .. (ไปต่อไม่ถูกแล้ว.. มั่วจริงๆ อะ)
......................................................................................
วันนี้นึกครึ้มๆ ไปเดินเล่นหน้าปากซอยที่ทำงาน .. เดินไปเรื่อยๆ โดยไม่คิดอะไร ..มารู้สึกตัวอีกทีก็ถึงรถไฟฟ้า
มองโน้น มองนี่ แล้วก็พลันนึกว่า ..ตลอดเวลาเราทำอะไร ทำอะไร
โลกเปลี่ยนไปขนาดนี้แล้วเหรอ .. เราไม่เจอโลกภายนอกนานขนาดนี้แล้วเหรอ
คิดไปแล้วเสียดายเวลาของคนเรา ถ้ามัวแต่อุดอู้อยู่กับอดีต
เสียดายที่คนเราไม่ทำอะไรในปัจจุบันให้มีค่าต่อคนอื่น
เสียดายหลายสิ่งหลายอย่างที่ผ่านมาแล้วผ่านไป
.. เดินกลับไป คิดไป .. ตลอดเวลา ถ้าสมมุติเราคิดว่า เรามีเวลาเหลือในชีวิตอีกแค่ 1 ปี
เราก็จะได้รู้ตัวเองว่าสิ่งที่เราทำคืออะไร สิ่งที่ทำให้เรามีความสุขคืออะไร
เวลาของคนเราไม่นานนัก ..ไม่แน่วันนี้อาจเป็นวันสุดท้าย ..หากคุณอยากทำอะไรก็จงทำเถอะ
..ทำให้ชีวิตมีความสุขไปวันๆ ดีกว่า.. October 12 หนาวหนาวจังเลยย..... ทำไมอากาศมันเป็นอย่างนี้หว่า
เมื่อวานฝนตกวันนี้ หมอกลงจัดตอนเช้า ยิ่งหนาวเข้าไปใหญ่
... เมืองนี้มันแปลกๆ นะ มันตีระฆัง ได้ทั้งวันเลยย.. ฟังแรกๆ ก็เพลินหรอก แต่อยู่ไปนานๆ ชักเบื่อและ
... วันนี้ถูกจับแยกกลุ่มไปทำ working group กับต่างชาติหมดเลย ..เหอะ สงสารเพื่อนร่วมกลุ่มจัง .. (ไม่สงสารตัวเองหรอก)
... อาหารที่นี่ ..แหวะ มีแต่เลี่ยนๆ เละๆ ไม่เหมือนข้าวบ้านเราเลย ..สรุปข้าวที่บ้านหร่อยกว่าเยอะ.
... เมื่อเช้าวาน เดินออกไปเรียนตอนเช้า เจอตลาดนัด .. เย้ๆๆ สวย และน่าซื้อมากๆ แต่ต้องรีบไปเรียน ก็เลย.. ได้แค่ถ่ายรูป แต่พอเย็นๆ กลับมาดู ปิด ซะและ
... อยู่ที่นี่ จากเป็นคนไม่กินเบียร์ไม่กินแอลกอฮอ ... เดี๋ยวนี้ ซัดทุกวันเลย ..เมาได้ทุกวัน .. ก็มันถูกกว่าน้ำหน่ะ และก็แก้หนาวด้วย .. จริงๆ นะ
... beer jupilar ป๋องละ 1.5 Euro น้ำเปล่า 2 Euro ""
... คนที่นี่ ไม่ขับรถคับ เดิน กะ จักรยาน ทั้งเมือง ไปใหนมาใหน ถึงได้เดินเอาตลอดเวลา
... เมื่อเย็นไปแวะร้าน kipling มา.. เห็นๆ แล้วก็ อื่ม ถูกกว่าเมืองไทย นิดหนึ่ง .. ประมาณ 40 % ได้หล่ะมั้ง...
... พรุ่งนี้ก็อบรมวันสุดท้ายแล้ว.. ได้กลับบ้านแล้ว.. แต่ต้องสอบด้วย เครียดๆๆๆๆ เฟ่ย...
อยู่ที่นี่ ภาษาดีขึ้นเยอะ ยอมรับเลย ว่าฟังรู้เรื่อง แม้จะไม่เข้าใจจนขำตามก็เหอะ ... สภาพแวดล้อมมันกดดัน นี่นา ..
เมื่อวาน มี dinner talk เหอะๆ คุยกะ ต่างชาติ ก็ดีหนุกดี แม้ไม่ค่อยได้พูด อาศัยฟังแล้วก็เออ ออ ตามไปอะ .. ฮ่าๆๆ October 10 ถึงและ โอ้วๆๆ ... เดินทาง 11 ชั่วโมง บิดไปบิดมา ฮา
ถึงสนามบินที่ แฟร้งเฟริส แล้ว อากาศก็ 7 องศา เอง ไม่มากไม่มาย
แต่การเดินทางนี่สิ ขอบอกว่าสุดๆ .. ที่เยอรมันลงเครื่อง รอต่อไปบรัซเซล .. สงสัยจังว่า ตม เยอรมัน กินอะไรกันมา
สุดยอดแห่งความดุเลย จะให้ถอดทุกอย่างเลย คนเรา ยิ่งๆ ปวดท้องอยู่ เฮ้ออ ว่าแล้วก็หลุดด่าน ตม มาได้ ต้องนั่งรออีกนานเลย
ว่า flight ไป brussels จะออก เดินก็แล้ว ของก็แพง น้ำตั้ง 2 Euro แนะ ...
เดินทางมาลงที่บรัสเซล นึกว่าจะสิ้นสุดการเดินทางที่ลำบากแล้วต้องต่อรถไฟจากสนามบินไปลงสถานี ..
แล้วก็ต่อไปลงที่ brugge อีก เน็ตๆ แล้วนั่งรถไฟ ดูสองข้างทาง อื่มม มีแต่ วัว หมู ม้า กะทุ่งหญ้ากว้างๆ จริงๆ
ถึง brugge อะ ฮ้า ... คราวนี้ได้นั่งแท็กซี หลังจากเดินแบกกระเป๋ามานาน ... ขอโทษครับ benz คับแท็กซี่ที่นี่
นอกจาก benz ก็จะเป็น ไครเลอร์ ตระกูล โรเวอร์ นั่นหล่ะ .. หรูดี ..
คนที่นี่ ไม่ค่อยขับรถครับ อาศัยเดินเป็นส่วนมาก นอกนั้นจะปั่นจักรยานกัน ...อากาศ ตอนมาถึงหายใจเป็นไป น่าจะสัก 4 องศา หล่ะ
หาซื้อน้ำที่นี่ยากคับ ..เว้นแต่เบียร์ หาง่ายและถูกกว่าเยอะ .. ว่าแล้วก็ซัดไปหลายอยู่ 1.5 euro เอง หาซื้อตาม shop ที่เป็นรถเข็นข้างทางได้เลย
.. สาวๆ ที่นี่ น่ารัก จริงๆ
.. เมืองที่นี่ เหมือน กัน พิพิธภัณฑ์เปิด เค้าอนุรักษ์ไว้ ให้พื้นเป็นอิฐปู บ้านเป็นโบราณ ๆ แบบยุโรป มีโบสถ์เยอะๆ
.. เมือง brugge สัญลักษณ์ของเมืองนี้คือ แม่มด .. ดังนั้น จะหาได้เยอะมากประเภทตุ๊กตาแม่มด .. เยอะจริงๆ ขายช๊อกแล๊ตเยอะด้วย
.. เมืองนี้ ของแพงเอาการ ตามประวัติเรียกว่า เวนิสของยุโรปเหนือ .. เพราะลักษณะคล้ายๆ กันจะมี คลองผ่านกลางเมือง..
.. ง่วง .. ไปนอนก่อน แล้วค่อยมาเล่าใหม่นะ
ติดตามตอนต่อไปแล้วกัน (ปล.ตอนนี้ประมาณ 2 องศาได้แล้ว ฝนตกด้วย หนาวโครตๆ ) October 05 พร้อมแล้ว.. 6 - 14 นี้ไปอบรมนะ ไม่ได้อยู่ เมืองไทย ..ใครๆ ที่ตามตัวอยู่ก็ทราบไว้แล้วกัน..
มือถือไม่เปิดครับ เปลือง ..
แต่เอา nb ไปหล่ะ ถ้าเข้าเน็ตได้จะ online แล้วกัน mail คงจะเช็คเป็นระยะๆ
ออกเดินทางก็ ห้าทุ่มกว่าๆ การบินไทย สุวรรณภูมิครับ .. ถึง แฟร้งเฟร้ส ก็ประมาณเก้าโมง กว่าๆ รวมๆ แล้วประมาณ 10 ชั่วโมงหล่ะ
ถึงแล้วก็นั่ง Luf ต่อไป brussel ขึ้นรถไฟ ต่อไป bruge
'""""""""" ก็ยังๆ trip จะถ่ายรูปมากให้มากๆ แล้วกันนะ .. จะได้เก็บบรรยากาศดีๆ มากฝากๆ กัน
........... ขากลับก็ประมาณเหมือนตอนไปหล่ะเพียงแต่มา transit ที่ Munich เท่านั้น ""
""""""""" ไปรอบนี้ไม่มีอะไรกังวลใจนัก .. รู้สึกอยากไปจากเมืองไทยอยู่แล้วด้วย .. แต่ที่สำคัญประสบการณ์ของรอบนี้ อาจส่งผลให้ไปอยู่ยาว ในที่ๆ คิดไว้ก็ได้นะ .. ใครจะไปรู้
............ แล้วขากลับ จะมาเล่าประสบการณ์การเดินทางให้.. ใน blog หล่ะ นะ..
วันนี้ เปิด "blog งาน" เข้าไปดูด้วย ดีจังเห็นภาพตอนนี้ก็มีความสุขดีนะ ... อยากเห็นรอยยิ้มของ chicky นะ เพื่อนที่แสนดีของผม (ถ้าเข้ามาก็ทักทายกันบ้างนะ)
ปล. จอยดูดวงแม่นดีแฮะ... จริงๆ นะ เพื่อนๆ September 07 เปลี่ยน เมื่อวานซืน เดินไปทานข้าว แล้วก็เห็นนกตัวหนึ่ง บินไป บินมา
..... เมื่อวาน เดินไปทานก๊วยเตี๋ยว เห็นนกตัวที่บินไป บินมา วันนั้น นอนหงาย มดขึ้นอยู่บนพื้น
............ วันนี้ .. นกตัวนั้น เหลือแต่ซาก กับกระดูก ..
...เพราะอะไร.. ???
ก็เวลาเปลี่ยนไป อากาศก็เปลี่ยน สิ่งที่แน่นอน ก็ไม่แน่นอน
ความสุขวันนี้ พรุ่งนี้ก็อาจทุกข์
ความทุกข์วันนี้ พรุ่งนี้ก็อาจสุข
แต่ที่รู้วันนี้ อากาศเปลี่ยนไปแล้ว.. คนเราก็ต้องเปลี่ยน
เปลี่ยนที่จะรัก เปลี่ยนที่จะลืม
และที่สำคัญที่สุด ... คือ เราไม่สามารถเปลี่ยนใจเธอ...
ยากที่จะรัก และยากที่จะลืม
49554001..
จะทำให้ได้ นะ ไม่ต้องห่วง .. เราสัญญา August 17 กลับมาแล้วกลับมาแล้วนะ ..
กลับมาเล่าสู่กันฟังว่าเป็นอย่างไรบ้าง
กลับมาดูว่าคนโน้นคนนี้สบายดีไหม ..
กลับมาเปิดแกลอรี่รูป
กลับมาเปิดเผยตัวเองว่าเป็นอย่างไร..
และที่สำคัญ..
"พรุ่งนี้วันเกิดหว่ะ.." December 04 แจ้งย้ายJuly 17 The differance between Love and LikeThe differance between Love and Like
In front of the person you love your heart bests faster.But in front of the person you like you get happy.
In front of the person you love winter seems like spring. But in front of the person you line winter is just beautiful winter.
In front of you look into the eyes of the one you love you blush .But if you look into the eyes of the one you like you smile.
In front of the person you tend to get shy.But in front of the person you like you can show you ownself.
The person you love comes into your mind every 2 minutes.You can't look straight into the eye of the one you love. But you can always smile into the eyes of the one you like.
When the one you love is crying you cry with them.But when the one you like is crying you end up comforting.
The feeling of love starts from the eye. And the feeling of like starts from the ear.So if you stop liking a person you used to like all you need to do is cover your ears,But if you try to close you eyes Love turns into a drop of tear and remains in your heart forever after ...
Nichakran.. 25/9/2544
July 13 เพื่อนสนิทเพื่อนสนิท
เราสนิทใกล้ชิดกัน “เราเป็นเพื่อน” เราสนิทเราย้ำเตือนนะเพื่อนรัก เราใกล้กัน มองกันเรารู้จัก เราก็ทัก เธอก็ทัก รักเพื่อนใจ เพราะว่าใกล้เกินไปใจเลยสั่น เพราะสนิทเกินกันใจหวั่นไหว เพราะว่ารักเกินกันเลยเผลอใจ แต่ว่าเธอมีใครที่แสนดี เราจะบอกว่ารักก็ไม่ใช่ อยากจะบอกอยากหนีไปไม่ใช่ที่ เธอมีแฟนมีแฟนแล้วและแสนดี เลยอยากลี้หนีให้ไกลไปไม่มา เหตุเพราะเพื่อนเพื่อนรักและรักเพื่อน เลยอยากหลบดาวเดือนที่เกลือนฟ้า ความสัมพันธ์ รักเพื่อน เพื่อนรักมา ความสัมพันธ์ กาลเวลา และคนดี ความสัมพันธ์เป็นเหมือนเพื่อนสนิท ใจกลับคิดเถิดเตลิดหนี แต่ยังคงซ่อนความในที่ใจมี ด้วยกลัวเธอไม่ใยดีเท่าที่ควร
ณิชกานต์ ๑๒/๐๗/๔๙ June 19 เหตุผลของวันนี้เหตุผลของวันนี้ เพราะว่ากาลเวลาจะผ่านพ้น เพราะว่าคนกำลังจะผันผ่าน เพราะว่าฟ้ากำลังจะจืดจาง เพราะว่าทางกำลังมีให้ไป จะอยากบอกว่าทำไมเป็นอย่างนี้ ก็เพราะมีใจหนึ่งที่หวั่นไหว ใจดวงนั้นพร่ำบอกอยากออกไป อยากลองใช้ชีวิตตามลำพัง การจะอยู่ต่อไปไม่ใช่ยาก แต่จะแสนลำบากหากหันหลัง ถ้าจะเดินออกไปเพียงลำพัง คงจะหวังภายหน้ามีที่พึ่งพิง เพราะเวลากำลังจะผ่านพ้น เพราะว่าคนมีใจไม่ใช่หิน เพราะว่านกต้องทดสอบออกหากิน เพราะว่าสิ้นกำลังใจที่จะเดิน
ณิชกานต์ 19 มิ.ย. 2549 June 07 ขอถวายพระพร ..เถลิงราชย์สิริเริง ขออัญเชิญพระเกียรติอัน
ณ บดินทร์ดุจฟ้ายัง ธ แผ่นดังดุจแดนไกล
อ้าองค์มหาราช สิริชาติผ่องอำไพ
ขอทรงจำเริญใจ ธ เทิดไท้องค์ราชัน
ข้าปวงประชาราชฏ์ ขอก้มกราบองค์อนันต์
ขอนพพระพรพรรณ ดลยลยันองค์ยั่งยืน..
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ..
ข้าพระพุทธเจ้า ผู้จัดทำ spece
๗ มิถุนายน ๒๕๔๙
May 19 พ้อ .....จะตัดพ้อต่อว่าประสารัก ใจก็ทักท้วงห้ามตามวิสัย
จะเตือนตาตาก็เตือนว่าเหมือนใจ จะเตือนใจใจจะแจ้งไม่แฝงเงา
รู้ทั้งรู้ว่ารักจักให้ทุก ในยังรุกเร้าหรอกให้บอกเขา
ช่างไม่เข็ดหรืออย่างไรหนอใจเรา เขามีเจ้าของแล้วในแววตา..
|
|
|